All in One SEO Pack เพื่อ SEO และอันดับที่ดี

All in One SEO Pack เพื่อ SEO และอันดับที่ดี

เมื่อเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาสักเว็บนึง นอกจากการเขียนเรื่องราวต่างๆ ที่เรารู้ ที่เราอยากจะเขียน เว็บข่าว เว็บที่นำเสนอความรู้ หรือแม้กระทั่ง การบอกเล่าความเป็นตัวของตัวเองออกไป ส่วนหนึ่งที่เราต้องการเมื่อเผยแพร่บทความเหล่านั้นแล้วก็คือ การติดอันดับ บน Search Engine ต่างๆ ได้อยู่หน้าแรกๆ ใครๆ ก็ต้องการแบบนี้ จนกลายเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย ของการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization หลายคนมองหาวิธีการสารพัด เพื่อที่จะดันอันดับให้ขึ้นมาอยู่ 1 ใน 10 ในหน้าแรกของการค้นหาให้ได้ ซึ่งไม่ง่ายเลย

แม้ว่าการทำ SEO ในปัจจุบัน จะไม่ง่ายดายเหมือนสมัยก่อน ขนาดร้านเทพ ที่เมื่อก่อนนี้ดังมาก เป็นมิตรกับ SEO ใครสร้างร้านขายอะไร ก็ติดหน้าแรกได้ไม่ยาก แต่เดี๋ยวนี้เหรอ ร่วงกันโดยทั่วหน้า เพราะ google ให้ความสำคัญกับเนื้อหามากกว่าแล้ว แต่การจัดการเนื้อหา รวมถึงรายละเอียดแวดล้อมต่างๆ ของเว็บเราให้เข้าหลักการ หรือตรงตามหลัก SEO มากที่สุด ก็ยังมีความจำเป็นอยู่ และใครที่ใช้ WordPress ในการทำเว็บไซต์ ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลย เพราะ WordPress มี Plugin ที่เกี่ยวข้องกับ SEO อยู่หลายตัวทีเดียว แต่ที่คุ้นเคยกันมากๆ ก็หนีไม่พ้น Yoast ซึ่งดูเหมือนจะกลายเป็นอันดับ 1 ที่ใครๆ ก็เลือกใช้ และนำมาติดตั้งในเว็บไซต์กันถ้วนหน้า แต่ก็ยังมีอีกตัวหนึ่ง ที่มีจำนวนผู้ใช้งานไม่น้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่ นั่นก็คือ All in One SEO Pack ซึ่งมีทั้ง Version Pro ที่ต้องเสียเงินเป็นรายปี และ Version ฟรี ที่ใช้งานได้อย่างสบายๆ ไม่มีสะดุด ซึ่งเราจะมาดูวิธีการตั้งค่า Plugin ตัวนี้กันในวันนี้

เมื่อเราติดตั้ง All in One SEO Pack เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเราติดตั้ง All in One SEO Pack เรียบร้อยแล้ว


หน้าจอแรกที่เราจะได้เจอ เมื่อติดตั้ง All in One SEO Pack เรียบร้อย และทำการ Activate แล้ว

หน้าตาเมนูของ All in One SEO Pack
หน้าตาเมนูของ All in One SEO Pack

เมนูของ All in One SEO Pack จะมาอยู่บนสุด เหนือเมนู Posts ด้วยซ้ำ เพื่อให้เรามองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งชัดเจนมากๆ ส่วนเมนูย่อยๆนั้น เมื่อติดตั้งใหม่ จะมีเมนูน้อยกว่าที่เห็นนี้ แต่ให้คลิกไปที่ Feature Manager เดี๋ยวเราจะติดตั้ง feature เพิ่มเติมให้กับ seo plugin ตัวนี้

plugin ย่อยๆ มีให้ใช้งานอีกเพียบ
plugin ย่อยๆ มีให้ใช้งานอีกเพียบ

ยังมี feature ให้เราใช้งานอีกเพียบเลย ที่สำคัญ เกือบทั้งหมดยังฟรีเหมือนเดิม ในตอนนี้จะลอง activate ขึ้นมาทั้งหมด ยกเว้น Pro

เมื่อติดตั้ง plugin ย่อยเพิ่มเติม จะเห็นเมนูยาวขึ้น
เมื่อติดตั้ง plugin ย่อยเพิ่มเติม จะเห็นเมนูยาวขึ้น

เอาล่ะ เมื่อติดตั้ง feature อีกหลายตัวแล้ว เมนูก็จะยาวขึ้นอีกเพียบแบบนี้ เดี๋ยวเราจะมาดูที่เมนู Performance กันก่อน

เมนู Performance
เมนู Performance
หากไม่รู้ว่า ตัวเลือกนั้นๆ คืออะไร ให้เลื่อนเมาส์ไปที่ เครื่องหมายคำถาม
หากไม่รู้ว่า ตัวเลือกนั้นๆ คืออะไร ให้เลื่อนเมาส์ไปที่ เครื่องหมายคำถาม

Plugin All in One SEO Pack ถือว่า เป็น plugin ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากๆ มีตัวช่วยในทุกๆ ตัวเลือกจริงๆ อย่างเช่นหัวข้อ Performance – Raise memory limit ถ้าสงสัยว่าเจ้านี่คืออะไรนะ เราก็แค่เลื่อนเมาส์ไปที่ เครื่องหมายคำถาม หน้าหัวข้อนั้นๆ ก็จะมี popup ขึ้นมาอธิบายให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นหัวข้อนี้ได้รับคำอธิบายว่า มันคือการกำหนด memory สูงสุดสำหรับให้ PHP เรียกใช้งานได้ บางทีถ้าเว็บไซต์ของเราติดตั้ง plugin เอาไว้มากๆ ถ้ามากเกินไป หรือ plugin บางตัวที่เราติดตั้งไว้ เรียกใช้ memory เยอะมากๆ อาจจะทำให้เข้าหน้า admin ไม่ได้เลย ดังนั้น การกำหนด memory ในส่วนนี้ ช่วยให้การทำงานของ WordPress ราบรื่นขึ้น แต่การกำหนดเอาไว้สูงมากๆ ก็ไม่เป็นผลดีเสมอไป เพราะจะไปกระทบกับการเข้าดู เว็บไซต์ของเราได้ โดยเฉพาะ เว็บที่มีคนเช้าจำนวนเยอะมากๆ และ memory ของระบบมีจำกัด ดังนั้น ถ้าไม่แน่ใจ ให้ใช้ค่าที่แนะนำไว้ ในเบื้องต้นก่อน แล้วค่อยไปปรับกันในภายหลัง

General setting หัวใจของ plugin ตัวนี้
General setting หัวใจของ plugin ตัวนี้

เมนู General Setting ถือว่าเป็นหน้าหลัก หรือหัวใจของ All in One SEO Pack ตัวนี้เลย ซึ่ง Plugin ตัวนี้ จะใส่ตัวเลือกมาโดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ แต่ยาวลงไปด้านล่าง ไม่ต้องคลิก หลายๆ tab เหมือนกับ plugin ตัวอื่น ซึ่งแบบนี้ ง่าย และตรงไปตรงมาดี ซึ่งโดยส่วนมากจะใช้ค่า default ที่ตัว Plugin ตั้งมาให้ เพราะถือว่า เค้าออกแบบ SEO มาดีแล้ว ใส่ตัวเลือกที่เหมาะสมมาให้เราแล้ว เราแค่นำมาใช้เท่านั้น

ใช้ค่า default เพราะโดยส่วนตัว ไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง
ใช้ค่า default เพราะโดยส่วนตัว ไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง

Title Settings ตรงนี้ เราสามารถกำหนดได้ว่า ในหน้าต่างๆ ของเว็บเรา จะให้เขียน title แบบไหน เช่น Post Title Format – จะแสดง title ของ Post ที่เราเขียนเอาไว้ ตามด้วย blog title ซึ่งบางคนก็จะใส่เป็นชื่อเว็บเอาไว้ ก็จะแสดงตามหลังจาก Post title แต่ถ้าเราเขียน post title ยาวๆ เวลา search engine ดึงข้อมูลขึ้นมาแสดง ก็จะตัด blog title ทิ้งไป หรือบางที อาจจะแสดงผล post title ไม่ครบด้วยซ้ำ ดังนั้น การเขียน Post title ไม่ควรจะยาวเกินไป ให้ทำตามข้อแนะนำของ SEO plugin จะดีมาก

ต้องการใช้ plugin ช่วยหน้าไหนบ้าง
ต้องการใช้ plugin ช่วยหน้าไหนบ้าง

ตัวเลือก Content Type Settings จะตั้งค่า default เป็น Post กับ Pages เท่านั้น ซึ่งเป็นหน้าที่เราควรจะให้ความสำคัญที่สุด ส่วนตัวเลือกอื่นๆ เลือกได้ ถ้าเราต้องการ

ถ้า Content Type Setting เราเลือก Posts เอาไว้
ถ้า Content Type Setting เราเลือก Posts เอาไว้

ถ้าเราเลือกตัวเลือก Posts ที่หน้า Content Type Settings เอาไว้ เมื่อเราเข้าไปที่ Posts เพื่อจะเขียนเรื่องใหม่ หรือแก้ไขเรื่องเก่า จะมี block ของ All in One SEO Pack ขึ้นมาด้วยแบบนี้ เพื่อให้เราสามารถแก้ไข title และ description ได้ตรงใจที่สุด โดยที่สองค่านี้ จะถูกใช้แสดงผลบน search engine (แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่แน่เสมอไป ถ้า search engine รู้สึกว่า มันไม่ตรงความหมายกับที่ผู้ค้นหา กำลังหาอยู่ มันก็จะไปดึงเอาข้อความจากในบทความมาแสดงแทน)

Index และ NoIndex
Index และ NoIndex

เรื่องของ SEO มีการแสดงความเห็นที่หลากหลาย เกี่ยวกับการ Index และ NoIndex ในหน้าต่างๆ ดังนั้น All in One SEO Pack จึงออกแบบให้เราเลือกเอาตามความพอใจ แต่สำหรับผม เช่นเคย ขอใช้ค่า Default ที่เค้าตั้งมาให้แล้ว

Advanced Settings สำหรับ Power user
Advanced Settings สำหรับ Power user

ตัวเลือก Advance สำหรับ Power user ยังมีอีกหลายตัวเลือก แต่ที่อยากจะแนะนำให้ใช้ หรือ tick ที่ Redirect Attachments to Post Parent ที่ให้เลือกตัวเลือกนี้ เพราะหน้าของ attachments นั้น จะเป็นหน้าโล่งๆ ที่ไม่มีเนื้อหา หรือข้อความใดๆ ถ้าเป็นรูปภาพ ก็จะมีแต่รูปภาพ พร้อมคำอธิบายภาพ (ถ้าเราใส่ไว้) ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ผู้ที่เยี่ยมชมเว็บเรา ได้รายละเอียด หรือเนื้อหาใดๆ กลับไป และผู้รู้ SEO หลายสำนักบอกตรงกันว่า Search engine ไม่ชอบ และไม่เป็นผลดีกับ SEO แน่นอน ค่า Default จะไม่มี tick อะไรเลย แต่ของให้เลือกตัวเลือกนี้ไว้ด้วย

ส่วนตัวเลือกอื่นๆ บางส่วนที่น่าสนใจ ถ้าเราเลือก Autogenerate Descriptions ไว้ Plugin จะใส่ค่าใน description ให้เราโดยอัตโนมัติ โดยไปดึงเนื้อหามาจาก Excerpt หรือถ้าไม่มี ก็จะไปดึงมาจากเนื้อหา 160 ตัวอักษรแรกใน post ของเรา ซึ่งถ้าเป็นภาษาอังกฤษ มันก็จะทำงานได้แบบตรงไปตรงมา แต่พอเป็นภาษาไทย บอกได้เลย พลาดเยอะ ข้อแนะนำคือ ไม่เลือก tick ที่ตัวเลือกนี้ รวมทั้ง Never Shorten Long Description ด้วย เพราะไม่เหมาะกับภาษาไทยเช่นกัน

มาที่เมนู XML Sitemap บ้าง
มาที่เมนู XML Sitemap บ้าง

เมนู XML Sitemap จะไม่แสดง ถ้าไม่ได้ไปเลือก activate ใน Feature Manager ก่อน ซึ่งขอแนะนำให้ใช้งาน แต่ถ้าเรามีการติดตั้ง Plugin ตัวอื่นๆ ที่ทำหน้าที่สร้าง Sitemap แล้ว จำเป็นต้องเลือกใช้ตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น ไม่งั้นตีกันตายเลย ส่วนการตั้งค่า เช่นเคย ผมเลือกใช้ค่า Default ที่ All in One SEO แนะนำมา แต่ถ้าใครได้ความรู้เรื่อง SEO มาจากสำนักไหนเพิ่มเติม จะลองปรับเปลี่ยนตัวเลือกดูก็ย่อมได้ จากนั้นก็คลิกทีปุ่ม Update Sitemap เพื่อสร้างไฟล์ sitemap.xml ได้เลย

Bad Bot Blocker ขอแนะนำ
Bad Bot Blocker ขอแนะนำ

Bad Bot Blocker ขอแนะนำให้ใช้งาน feature นี้ด้วย ถ้าเราลองเข้าไปดูสถิติ bot ต่างๆ ที่วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์เรา จะพบว่า พฤติกรรมของ bot บางตัวดูน่าสงสัย วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลในเว็บไซต์ของเราวันละหลายรอบมาก แต่ไม่ใช่ search engine ไม่ได้นำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับเว็บของเรา ซึ่งถ้าเรานำชื่อของ bot ตัวนั้นๆ ไปค้นหาดู จะมีทั้งกลุ่มที่จัดให้เป็น Spam bot และ กลุ่มที่เชื่อว่า bot ตัวนั้นๆ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่แน่ๆ การเข้ามาเก็บข้อมูลถี่ๆ มีผลต่อ bandwidth ของเราที่ถูกใช้ไป และถ้าคนเข้าเว็บไซต์เราเยอะๆ bot เหล่านี้กลายเป็นภาระ ที่ host ของเราต้องแบ่ง bandwidth ให้ไป อาจจะทำให้เว็บของเราช้าลงได้ ถ้าใครสนใจ ลองค้นหาข้อมูลเรื่อง Bad Bot เพิ่มเติมได้

ตัวช่วยสร้าง robots.txt
ตัวช่วยสร้าง robots.txt

มี Plugin จำนวนมาก ที่รองรับการสร้างไฟล์ robots.txt นี้ หรือแม้กระทั่งสร้างเองจาก text editor ทั้งหลาย รวมถึง notepad ด้วย แต่ All in One SEO Pack ก็เตรียมเอาไว้ให้เรา แค่ไป Activate ที่ Feature Manager ก่อนการใช้งาน ถ้าใครยังไม่ได้สร้างไฟล์ robots.txt ล่ะก็ plugin ตัวนี้ช่วยได้

Feature อำนวยความสะดวกในการแก้ไฟล์ .htaccess
Feature อำนวยความสะดวกในการแก้ไฟล์ .htaccess

ปกติการแก้ไฟล์ .htaccess เราจะต้อง FTP เข้าไปที่ host ของเราเพื่อแก้ไข แต่ Plugin ตัวนี้ เตียมไว้ให้เราแล้ว แก้ไขได้ผ่านทางหน้าเว็บเลย ซึ่งโดยส่วนตัว ขอแนะนำให้ปิดการใช้งาน Feature นี้ และกลับไปใช้การแก้ไขไฟล์แบบเดิมๆ เพราะเราแก้ได้ง่าย ผู้บุกรุก ก็จะแก้ได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งไฟล์ .htaccess นี้ ถือเป็นไฟล์สำคัญที่ควรปกป้อง

Feature ตัวสุดท้าย Importer & Exporter
Feature ตัวสุดท้าย Importer & Exporter

Feature ตัวสุดท้าย เป็นการ Import หรือ Export ค่า Setting ต่างๆ ที่เราได้ตั้งค่าเอาไว้แล้ว หากจะลองตั้งค่าอะไรใหม่ๆ ก็เก็บการตั้งค่าเดิมเอาไว้ก่อน เพื่อความสบายใจ ถ้าลืมว่าแก้ไขอะไรไป ต้องการกลับไปใช้ค่าเดิม จะได้มีการตั้งค่าเดิมให้โหลดมาใช้งานได้เลย ไม่ต้องนั่งนึกให้เสียเวลา

สรุปว่า Plugin ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ SEO มีอยู่หลายตัว แต่ตัวที่ติดอันดับต้นๆ ก็หนีไม่พ้น Yoast กับ All in One SEO Pack ตัวนี้ ซึ่งโดนส่วนตัวแล้วผมชอบตัวนี้มากกว่า Yoast ซะอีก เพราะง่าย มีเพียงเมนูเดียว ลากยาวๆ ตั้งค่าได้ทั้งหมด ในขณะที่ Yoast มีหลาย Tab แต่ Yoast ออกไปในแนวสำเร็จรูป เค้าเลือกมาให้แล้วว่าแบบนี้ดี Activate Plugin แล้วใช้ได้เลย แทบไม่ต้องแก้ไขอะไร ในขณะที่ All in One SEO Pack มีความยืดหยุ่นกว่า เผื่อในบางเวลา อยากจะซน อยากจะลอง เพราะอ่านเรื่อง SEO มาหลายสำนัก เกิดความฮึกเหิม อยากลองอะไรใหม่ๆ All in One SEO ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีกว่า

สุดท้ายปลายบทความ จะบอกว่าเรื่องของ SEO เป็นแค่ส่วนเล็กๆ เท่านั้น แต่การติดหน้าแรกของ Search engine แบบยาวๆ นานๆ ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของบทความเป็นสำคัญ ถ้าผู้อ่านรู้สึกว่าได้ประโยชน์ และใช้เวลาในเว็บเรามากพอ ก็จะทำให้เราติดหน้าแรกได้นาน ไม่งั้นแล้ว ก็จะกระเด็นไปหน้าอื่นๆ ที่เราไม่ต้องการได้ง่ายๆ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย แบบนั้น SEO Plugin ตัวไหนๆ ก็ช่วยไม่ได้แน่นอน

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

nine + 5 =

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.