Cache Enabler แคชดีๆ จากผู้ให้บริการ CDN

Cache Enabler แคชดีๆ จาก KeyCDN

WordPress มี Cache Plugin อยู่หลายตัว แต่เท่าที่ลองทดสอบมา ชอบใจ WP Super Cache กับ WP Fatest Cache เพราะความง่ายในการตั้งค่า และความเร็วที่ได้ ซึ่งก็น้อยกว่า Cache Plugin ที่มี Setting เยอะๆ เล็กน้อย แต่วันนี้จะพูดถึง Cache อีกตัวนึง ที่มีเจ้าของเป็น CDN รายหนึ่งที่ชื่อ KeyCDN แน่นอนว่ามันฟรี แต่จะดีขนาดไหน ต้องมาทดสอบกันสักหน่อย

คงไม่ขอแนะนำการติดตั้ง Plugin ของ WordPress นะครับ เข้าไปที่หน้า Plugin แล้วค้นหา Cache Enabler มาติดตั้งได้เลย เมื่อติดตั้งแล้ว ก็ทดสอบไปพร้อมๆ กันได้เลย หรือจะอ่านจบแล้วตัดสินใจอีกทีก็ได้นะ

เก็บผลทดสอบเอาไว้อ้างอิง

เริ่มต้นจากการทดสอบความเร็วของเว็บไซต์ก่อน ด้วยการนำ Cache Plugin ทั้งหมดออกจากเว็บไซต์ และยังไม่ Enable Cache Enabler ด้วย ใช้ตัววัดความเร็วของ Google PageSpeed Insights ได้คะแนนจากการทดสอบดังในภาพ สังเกตที่หัวข้อ โอกาส: ลดเวลาในการตอบกลับของเซิร์ฟเวอร์ (TTFB) เวลาที่ใช้ไปค่อนข้างสูงทีเดียว อยู่ในหลักวินาที เนื่องจากการร้องขอของ Web Browser ที่ส่งไปยัง Server ต้องผ่านการประมวลผลคำสั่ง PHP แล้วต้องติดต่อ Database เพื่อประมวลผลอีก กว่าจะออกมาเป็นหน้าเว็บไซต์ให้กับเรา ต้องใช้เวลาไปพอสมควร เวลาตรงนี้ก็เลยนานอย่างที่เห็น

หน้าจอ Setting ไม่มีตัวเลือกมากนัก

เมื่อติดตั้ง Plugin แล้ว เข้าสู่เมนู ของ Cache Enabler จะเห็นว่ามีเพียงแค่หน้าต่างเดียว หน้าจอเดียวเท่านั้น และตัวเลือกในการตั้งค่า ก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้การใช้งานไม่ยุ่งยากอะไร แต่มีข้อความแจ้งให้ทราบอยู่บนสุด ว่าถ้าอยากจะให้มีประสิทธิภาพสูงๆ ก็ควรจะใช้งาน KeyCDN ด้วย ซึ่งต้องเสียเงินนะครับ แต่ตอนนี้ของลองเพียงแค่ของฟรีก่อน

เลือกตั้งค่าเฉพาะที่จำเป็น

ขอเลือกตั้งค่าเฉพาะที่จำเป็น ในทีนี้คือ Pre-compression ให้บีบอัดหน้านั้นให้เป็น Gzip นั่นแหละ ส่วน Clear the complete cache นั้นคือให้ทำการเคลียร์แคชทั้งหมด เมื่อมีการ upgrade ตัว plugin เพื่อให้แน่ใจว่า ระบบจะทำงานถูกต้อง และไม่ผิดพลาด

Plugin ตัวนี้ สนับสนุน WebP image ด้วย แต่ต้องสร้างไฟล์นี้ หรือ Convert รูป ไปเป็นนามสกุล WebP ก่อน ซึ่งเค้าแนะนำ Optimus มาให้ ซึ่งก็อยู่ที่เราแล้วล่ะว่าต้องการแปลงรูปภาพหรือไม่

ส่วนของ Minify มีเพียง HTML

ส่วน Minify ก็มีเป็นตัวเลือก ซึ่ง Plugin ตัวนี้ มีเพียง HTML minify ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่าดี เพราะว่า JS minify กับ CSS minify แม้จะสามารถลดขนาดลงได้ แต่ก็ไม่มาก เพราะในปัจจุบัน Plugin ต่างๆ ที่ใช้ Javascript ล้วนสร้างไฟล์ที่เป็น minify มาให้เราพร้อมเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การนำมารวมกัน แล้ว minify อีกครั้ง จึงไม่ค่อยเห็นผลสักเท่าไหร่ แต่ได้คะแนนเพิ่มสำหรับเว็บไซต์ ที่ใช้วัดความเร็วอย่าง GTmetrix หรือ Pingdom แต่หลายครั้งกว่าจะได้คะแนนมา ต้องปรับกันวุ่นวาย เสียเวลาไปไม่น้อยเพราะเว็บไซต์พังจากการ minify ซึ่งต้องระวังดีๆ ในหัวข้อนี้

เอาล่ะ สำหรับ Plugin Cache Enabler นี้ ผมจะเลือกใช้ HTML & Inline JS เพื่อหวังผลไฟล์ขนาดเล็กสุด และไวสุดสำหรับ Plugin ตัวนี้

สถานที่เก็บไฟล์ Cache

แอบมาส่องไฟล์ Cache สักนิด อยู่ดีมีสุขกันอย่างไร ใช้โปรแกรม FileZilla เพื่อ FTP เข้าไปยัง Hosting ของเรา พบว่า มี directory ชื่อ cache-enabler เพิ่มเข้ามา

ภายใต้ directory 9wit.com จะเป็น Cache จริงๆ

เมื่อเข้าไปภายใต้ Directory ที่ชื่อ 9wit.com ก็จะพบกับไฟล์ Cache จริงๆ แยกย่อยออกไปตามหน้าที่เรามี และมีไฟล์ .gz ด้วย ซึ่งเป็น Gzip ของหน้านั้นๆ ตามที่เราได้ตั้งค่าเอาไว้

ใช้ GTmetrix วัดความเร็ว สักนิด

ลองใช้ Gtmetrix วัดความเร็วของเว็บไซต์ ก็ได้ความเร็วเป็นที่น่าพอใจ กับคะแนนที่เกือบจะเต็มร้อย ขาดไปเพียงแค่เรื่องของ Minify JS กับ CSS ซึ่ง Plugin ตัวนี้ไม่มีตัวเลือกให้ตั้งค่าเพิ่มเติม

วัดความเร็วด้วย PageSpeed Insights บ้าง

ก่อนการติดตั้ง Plugin เริ่มทดสอบด้วยโปรแกรม PageSpeed Insight แล้ว ลงท้ายก็ต้องเป็น PageSpeed Insights อีกครั้งถึงจะแน่ใจได้ว่าเร็วขึ้น ผลที่ได้ก็เป็นดังภาพ คะแนนเพิ่มขึ้น และเวลาในการตอบกลับของเซิร์ฟเวอร์(TTFB) ลดลงอย่างชัดเจน เป็นอันว่าผ่านนะครับ สำหรับ Plugin ตัวนี้

สรุปสุดท้าย Plugin ตัวนี้ มีตัวเลือกในการตั้งค่าน้อย น่าจะนับว่าเป็นผลดี ทำให้การตั้งค่าง่ายขึ้น และเท่าที่สังเกตมามี Cache Plugin เพียงไม่กี่ตัวที่จะมี Minify ติดมาให้ คาดว่าน่าจะมีปัญหาพอสมควรในการเรียกใช้ เพราะหลายคนลองใช้แล้วเว็บพัง ก็พาลโทษว่า Plugin ไม่ดี และเลิกใช้งานไปโดยปริยาย ทั้งที่ตัวเลือกนี้ ต้องอาศัยความเข้ัาใจ และค่อยๆ ปรับด้วยตัวเอง

เมื่อไม่มีหัวข้อง Minify ให้ปวดหัว และ Plugin สามารถทำความเร็วได้ดี สร้างไฟล์ .html พร้อมกับ .gz ไว้อย่างเรียบร้อย เมื่อ Browser ร้องขอมา ก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้ง Plugin ตัวนี้ ไม่เข้าไปยุ่งกับไฟล์ .htaccess ทำให้มั่นใจได้ว่า เว็บไซต์จะพังได้ยากขึ้น เพราะไฟล์ .htaccess ถือเป็นไฟล์ที่สำคัญของเว็บไซต์เรามากทีเดียว ถ้ามีการ config อะไรผิดพลาดขึ้นมา เว็บไซต์เราพัง ไม่สิ ต้องเรียกว่า Down ไปเลย จนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย ฟังดูน่ากลัวไหม

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

nine + 18 =

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.