WP Fatest Cache แค่คลิก กับคลิก ก็ใช้งานได้ ไม่ยุ่งยาก

WP Fatest Cache ตั้งค่าง่าย โหลดไวสุดๆ

WordPress มี Cache Plugin อยู่หลายตัว ที่ได้รับความนิยม และได้หยิบขึ้นมาพูดคุย นำเสนอวิธีตั้งค่าไว้แล้วในบทความที่ผ่านๆ มา คราวนี้มาถึงคิว plugin ที่ตัวผมเองต้องยอมรับเลยว่า ติดตั้งง่ายมาก แค่คลิก กับคลิก ไม่มีตัวเลือกมากมายให้งงๆ หรือทำความเข้าใจได้ยากแบบ W3 Total Cache เรียกว่า ใครๆ ก็ใช้งานได้ ถ้าใครชอบ WP Super Cache น่าจะลองตัวนี้ดูด้วย เผลอๆ อาจจะติดใจก็ได้นะครับ ต้องลองเองถึงจะรู้

ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลง ถ้าใครยังไม่ได้โหลด Plugin มาติดตั้ง ลองเข้าไปค้นหา WP Fatest Cache แล้วติดตั้งได้เลยนะครับ แล้วก็ลุยไปพร้อมๆ กันเลย หรือใครจะรออ่านจนจบแล้วค่อยไปลองก็แล้วแต่ความชอบแล้วกันนะครับ ไม่อธิบายยืดยาวละ มาดูคะแนนก่อนการติดตั้ง Plugin สักนิด จะได้เก็บเอาไว้เปรียบเทียบได้ ว่าเร็วขึ้น หรือช้าลงอย่างไร

คะแนนที่ได้ ก่อนการติดตั้ง WP Fatest Cache

ก่อนจะเริ่มติดตั้ง Cache Plugin เรามาเริ่มด้วยการตรวจสอบคะแนนก่อน เพื่อเก็บเอาไว้อ้างอิง เปรียบเทียบหลังจากติดตั้ง Plugin เพื่อจะได้ไม่ดูเข้าข้างกันเกินไป ตรวจสอบด้วย Google PageSpeed Insights ไม่ต้องสนใจคะแนน แต่มองมาด้านล่าง TTFB time to firest byte สูงทีเดียว ใช้เวลาไป 0.72s เพราะเมื่อไม่มี Cache ใช้งาน WordPress ก็ต้องเสียเวลาสร้างไฟล์ สร้างหน้าเว็บที่เราต้องการ ตั้งแต่การอ่าน Code ตีความ แล้วอ่าน Database กว่าจะเสร็จใช้เวลาไปไม่น้อยทีเดียว แทนที่จะส่งไฟล์ Cache กลับมาให้เราได้ทันทีที่ได้รับการร้องขอจาก Web Browser


มีหลาย tab เดี๋ยวค่อยๆ สำรวจไปทีละ tab

เมื่อเข้าสู่เมนูของ WP Fatest Cache แล้วจะเห็นว่ามีหลาย Tab ทีเดียว แต่ Tab แรกนี้สำคัญที่สุดแล้ว ที่มีเครื่องหมายถูกนั้น เป็นค่า Default ที่ระบบของ WP Fatest Cache ได้เตรียมเอาไว้ให้เราแล้ว รวมถึงการจัดการ Minify ให้กับเราด้วยเลย ง่ายมากทีเดียว เรียกว่าไม่ต้องติดตั้ง Plugin เพิ่มเพื่องาน Minify แถมไม่ต้อง Settting อะไรมากมาย แค่ใช้ตัวเลือกนี้ก็จบแล้ว แต่อย่าวางใจมากเรื่อง Minify เพราะขึ้นอยู่กับ Theme และ Plugin ของเราด้วย เพราะบางทีการ Minify ก็ทำให้เว็บเราพังได้เหมือนกัน ตัวเลือกนี้ต้องพิจารณาให้ดี ถ้าเกิดปัญหา ให้เอาเครื่องหมายถูกหน้า Minify Css , Combine CSS , Combine Js ออก โดยค่อยๆ ถอดทีละส่วน ก็จะทำให้เรารู้ว่า ตัวเลือกไหนสร้างปัญหาให้กับเว็บของเราได้

บางครั้งเมื่อเรา update Plugin Setting ใหม่ หรือติดตั้ง Plugin ใหม่ ต้องการ Clear Cache มาที่นี่เลย


Image Optimization ข้ามได้เลย Version ฟรี ไม่มีให้ใช้งาน
ถ้าลองแล้ว รู้สึกว่ายังเร็วไม่พอ ต้องลอง Premium
ตัวเลือก Exclude เหมาะสมดีแล้ว ถ้าใครมีเพิ่มเติม ก็ Add New Rule นะครับ
CDN ไม่กล่าวถึง มา DB เลย ต้องเสียเงินนะครับ เป็น Premium version

ไม่กล่าวถึง CDN คำตอบง่ายๆ ผมไม่ได้ใช้ ทีนี้ข้ามมา Tab DB กันเลย เราใช้ไม่ได้นะครับ Premium Version ต้องเสียเงินเท่านั้น ตัว DB นี้ เป็นตัวช่วยดูและ จัดการ Database ของเราให้อยู่ในความเรียบร้อยตลอดเวลา พวก Auto save ทั้งหลาย ในบทความที่โตเอาๆ เก็บเอาไว้แต่ไม่เคยลบ จะทำให้ Database บวม และอืด Tab นี้ช่วยได้ แต่ต้องเสียเงินก่อนนะ ถึงจะได้ใช้

คลิก Submit ก็ได้ผลแบบนี้ เร็วขึ้นแบบไม่ต้อง Set อะไรมากมาย

เมื่อเราเลือกตัวเลือกในหน้า Setting จนพอใจแล้ว ก็คลิกปุ่ม Submit ได้เลย ซึ่งในที่นี้ ใช้ค่า Default ที่ตัว WP Fatest Cache ตั้งค่ามาให้เลย เพราะเห็นว่าเหมาะสมดีอยู่แล้ว เมื่อตรวจสอบด้วย Google PageSpeed Insights อีกครั้ง ก็พบกับคะแนนดังภาพ ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างที่ต้องการ

ดูใน web hosting เราบ้าง

เนื่องจากเราได้ Enable Css Minify ด้วย เมื่อเราใช้โปรแกรม FileZilla เพื่อ FTP เข้ามาดูที่ web hosting ของเราก็จะพบกับ Directory wpfc-minnified ดังในภาพ

แน่นอนต้องมีไฟล์ Cache ด้วย

มีไฟล์ Cache แยกไปตามแต่ละบทความ เก็บไว้ในแต่ละ directory แยกกัน แต่ไม่มีไฟล์ Gzip เหมือนกับ WP Super Cache น่าแปลก เพราะเมื่อสักครู่ เราใช้ตัวเลือกนี้ในหน้า Setting ด้วยนี่นา

ในไฟล์ .htaccess มีส่วนของ GzipWpFatestCache อยู่ ใช้ mod_deflate.c เพื่อออกคำสั่งให้บีบอัดเป็น Gzip

แล้วคำตอบก็อยู่ในไฟล์ .htaccess โดยมี Block ของ GZipWpFatestCache ด้วย เริ่มตั้งแต่ส่วนที่เขียนว่า Begin ไปถึง End ซึ่งใช้ mod_deflate.c เพื่อกำหนดให้ apache บีบอัดไฟล์ให้

ไฟล์ CSS ถูก minify ออกมาอย่างที่เห็น ส่วน JS ถูกดันลงมาล่างสุด เพื่อไม่ให้ block การโหลดหน้าเว็บ

Waterfall View ที่ได้มาจาก webpagetest.org แสดงให้เห็นไฟล์ CSS ที่ถูก minify เอาไว้ เรียบร้อยดี ทำให้จำนวนไฟล์น้อยลงไป 1 ไฟล์ สำหรับเว็บผม ส่วนเว็บอื่น คงแตกต่างจากนี้

สรุปโดยรวม หลังจากได้ลองทดสอบ ใช้งานสักพัก พบว่าเป็น Plugin ที่ง่ายด้วยตัวเลือกที่น้อย ลดความสับสน และขัดแย้งกันเอง ในระหว่างการตั้งค่าต่างๆ แบบ W3 Total Cache ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้งานที่ไม่ต้องการรู้ลึก แต่ต้องการความไวในการโหลดหน้าเว็บ และปล่อยความยุ่งยากต่างๆ ให้เป็นภาระของ Plugin ซึ่งผมก็ชอบแบบนี้นะ เพราะเคยใช้ W3 Total Cache แล้วปรากฏว่า ใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง ตั้งค่าแบบขัดแย้งกันเอง จนเว็บพัง และหาสาเหตุอยู่นาน ก็เคยมีเหมือนกัน

Cache Plugin บางตัว มีตัวเลือกเยอะมาก ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องใช้เวลากับมันมากขึ้นด้วย เพราะการเลือก Setting ที่ผิดพลาดเล็กน้อย อาจจะทำให้เราได้ผลตรงกันข้ามกับความเร็วในการโหลดก็ได้ จากเร็วเป็นช้า แบบนั้นทีเดียว ในขณะที่ Plugin ที่มีตัวเลือกน้อยๆ อย่าง WP Super Cache และ WP Fatest Cache ตัวนี้ แม้จะมีตัวเลือกน้อย แต่ผู้พัฒนาก็ได้ทดลอง ทดสอบมาพอสมควรแล้วเหมือนกัน จนเป็นที่ยอมรับอย่างมากมาย ดูได้จากจำนวนการ Download Plugin ไปใช้งานได้เลย เพียงแต่ WP Fatest Cache มีตัวเลือก Premium ด้วย ในขณะที่ WP Super Cache ฟรีตลอด แต่ไม่มี Minify ให้ใช้งาน ก็ต้องลองเลือกดูนะครับ Cache Plugin ตัวไหนที่เหมาะกับเว็บไซต์ของเรามากที่สุด เลือกตัวนั้นเลย

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

six + eighteen =

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.